เวลาเราพูดถึงบริษัทหนึ่ง ๆ จะมีคนหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เราเรียกว่ากลุ่ม Stakeholder
👥 Stakeholder คือใคร?
Stakeholder หมายถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม เช่น
- ลูกค้า ที่ซื้อสินค้าและบริการ
- พนักงาน ที่ทำงานในบริษัท
- คู่ค้า/ซัพพลายเออร์ ที่ขายวัตถุดิบหรือบริการให้บริษัท
- สังคมและชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของบริษัท
ดังนั้น บริษัทที่ดีควรดูแลทุก Stakeholder ให้สมดุลกัน ซึ่งสำหรับการที่เราจะเป็นเจ้าของหุ้น โดยการซื้อหุ้นสามัญ ทำให้เรามีส่วนเป็น Shareholder ได้ ทำให้เราที่อาจจะไม่ได้มีความสามารถในการบริหารธุรกิจนั้น มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการธุรกิจที่จะเติบโตได้
💰 ผู้ถือหุ้น หรือ Shareholder คือใคร?
ในบรรดา Stakeholder ทั้งหมด มีกลุ่มหนึ่งที่สำคัญมาก คือ Shareholder หรือ “ผู้ถือหุ้น”
- ผู้ถือหุ้นคือคนที่เอาเงินมาลงทุนในบริษัท
- สิ่งที่ Shareholder คาดหวังคือ “ผลตอบแทนจากการลงทุน”
ถ้าเปรียบบริษัทเป็นร้านอาหาร Shareholder ก็คือ “เจ้าของร้าน” ที่หวังให้ร้านมีกำไรและเติบโต
📈 แล้วผู้ถือหุ้นได้ผลตอบแทนอย่างไร?
ผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นมี 2 แบบหลัก ๆ คือ:
- เงินปันผล (Dividen) – เงินสดที่บริษัทแบ่งกำไรคืนมาให้ผู้ถือหุ้น
- ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น (Capital Gain) – ถ้าบริษัททำธุรกิจดีขึ้น คนอยากซื้อหุ้นมากขึ้น ราคาหุ้นก็จะสูงขึ้น
🌟 Total Shareholder Return (TSR) คืออะไร?
เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ TSR ก็คือ “ผลตอบแทนรวมที่ผู้ถือหุ้นได้รับ” จากทั้ง
- ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น
- เงินปันผลที่จ่ายออกมา
ตัวอย่าง:
- ซื้อหุ้นราคา 100 บาท
- สิ้นปี ราคาขึ้นเป็น 120 บาท และได้ปันผล 5 บาท
- กำไรรวม = 25 บาท → ผลตอบแทน = 25%
✅ สรุปสั้น ๆ
- บริษัทมี Stakeholder หลายกลุ่ม เช่น ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และสังคม
- แต่ Shareholder คือผู้ถือหุ้นที่ลงทุนเงินในบริษัท
- การดูว่า Shareholder ได้ผลตอบแทนจริงหรือไม่ ต้องใช้ตัววัดที่เรียกว่า Total Shareholder Return (TSR)
- TSR รวมทั้ง ราคาหุ้นที่เปลี่ยนไป และ เงินปันผล
ถ้าหุ้นไม่มีปันผล ผู้ถือหุ้นก็ยังได้ผลตอบแทนจาก ราคาหุ้นที่ขึ้น
Leave a comment