ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2025
| รายการ | Q3 2025 | YoY | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|---|
| รายได้รวม (Total Revenue) | $51.2 พันล้าน | +26% | รายได้โฆษณาเป็นสัดส่วนหลักกว่า 98% |
| รายได้จากโฆษณา (Ad Revenue) | $50.1 พันล้าน | +26% | ราคาต่อโฆษณาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10%, Impression +14% |
| รายได้ Reality Labs | $470 ล้าน | +74% | มาจากแว่น AI และ Quest 3S ก่อนฤดูกาลขายปลายปี |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) | $20.5 พันล้าน | +ประมาณ 25% | อัตรากำไรดำเนินงาน 40% |
| กำไรสุทธิ (Net Income) | $18.6 พันล้าน* | – | *ไม่รวมรายการภาษีครั้งเดียว |
| EPS | $7.25 ต่อหุ้น | – | เพิ่มขึ้นจาก $4.39 ในปีก่อน |
| กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) | $10.6 พันล้าน | – | ลงทุนหนักในเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูล |
| CapEx | $19.4 พันล้าน | +มากกว่า 30% | เน้นลงทุนใน Compute และ Data Center สำหรับ AI |
| เงินสดคงเหลือ | $44.4 พันล้าน | – | มีสภาพคล่องสูง แม้ลงทุนหนัก |
| จำนวนพนักงาน | 78,400 คน | +8% | ส่วนใหญ่เป็นวิศวกร AI และเทคนิคัล |

จาก Social Empire สู่ AI Empire
Mark Zuckerberg ชี้ชัดว่า Meta จะไม่หยุดอยู่แค่แพลตฟอร์มโซเชียล
แต่กำลังสร้าง “ห้องทดลองปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก” ที่มีเป้าหมายระยะยาวคือการพัฒนา Personal Superintelligence
เพื่อเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัวให้กับทุกคนบนโลก
Meta เดินเกม “Open Source AI” เพื่อให้ระบบของตนกลายเป็นมาตรฐานกลางของอุตสาหกรรม
แต่ในขณะเดียวกันก็เร่งสร้าง Compute Moat — กำแพงเทคโนโลยีที่คู่แข่งเข้าถึงได้ยาก ด้วยการลงทุน CapEx มหาศาล
เส้นทางการเติบโต 10 ปีของ META (2025–2035)
Phase 1: AI Integration (2024–2026)
รวมโมเดล AI ของ Facebook, Instagram และ Ads ให้เป็นระบบเดียว
ผลลัพธ์คือ Reels และ Threads เติบโตต่อเนื่อง และรายได้โฆษณามี Run Rate เกิน 60 พันล้านดอลลาร์
Phase 2: AI Expansion (2026–2028)
Meta เตรียมเปิดตัวโมเดล Frontier จาก Meta Superintelligence Labs (MSL)
Meta AI จะถูกฝังในทุกแอปหลัก และ Business AI จะเป็นเครื่องมือหลักของธุรกิจขนาดกลางและเล็กทั่วโลก
Phase 3: Device Ecosystem (2028–2030)
แว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Meta และ Oakley Meta เริ่มกลายเป็นอุปกรณ์หลักในชีวิตประจำวัน
Meta สร้างช่องทางรายได้ใหม่จากอุปกรณ์และบริการเสริมแบบ subscription
Phase 4: Superintelligence Platform (2030–2035)
Meta จะกลายเป็น AI Operating System สำหรับมนุษย์กว่า 3 พันล้านคนทั่วโลก
เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อทุกอย่างระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล
กลไกการเติบโตของ Meta
ผู้ใช้มากขึ้น → ข้อมูลมากขึ้น → โมเดล AI ฉลาดขึ้น → โฆษณามีประสิทธิภาพสูงขึ้น → รายได้เพิ่ม → ลงทุนใน compute เพิ่ม → วนกลับเป็นวงจรต่อเนื่อง
นี่คือวงจรการเติบโตแบบ Compound ที่ทำให้ Meta แตกต่างจากคู่แข่งในยุค AI
มุมมองการแข่งขันและอนาคต
- Moat แข็งแกร่ง: ข้อมูลมหาศาล + โครงสร้างพื้นฐาน AI + เครือข่ายผู้ใช้ระดับโลก
- Reinvestment Phase: อยู่ในช่วงลงทุนรอบใหญ่ เพื่อเร่งสร้างขีดความสามารถด้าน AI
- Valuation: ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนศักยภาพของ Meta AI และ Business AI
- Leadership: Zuckerberg นำทีมวิศวกร AI ชั้นนำของโลก สร้างรากฐานระยะยาวให้บริษัท
Meta ไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามเทรนด์ AI — แต่กำลังเป็น “ผู้นิยามทิศทางของมัน”
บทสรุป
Meta Platforms กำลังพลิกโฉมจากแพลตฟอร์มโซเชียล สู่โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก
ทุกการลงทุนในวันนี้ — ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์, โมเดล AI, ไปจนถึงแว่นตาอัจฉริยะ —
ล้วนมุ่งสู่เป้าหมายเดียว คือการสร้าง “AI ส่วนบุคคล” ที่จะเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์ใช้ชีวิตและทำงานไปตลอดกาล
ในอีกสิบปีข้างหน้า “Social Media Company” จะกลายเป็นอดีต
และสิ่งที่แทนที่คือ “AI Operating System for Humanity”
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการให้ข้อมูลเท่านั้น
ไม่ถือเป็นคำแนะนำหรือชี้นำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ๆ
ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
Leave a comment